META NAME="DISTRIBUTION" CONTENT="GLOBAL">
http://aroka.igetweb.com
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

หน้าแรก Immune-4LIfe

ทรานสเฟอร์แฟคเตอร์&สุขภาพ

สินค้าทรานสเฟอร์แฟคเตอร์

สั่งซื้อ & โปรโมชั่น 4Life

 เว๊บบอร์ด Immune-4Life

ติดต่อผม

สถิติ

เปิดเว็บ01/05/2010
อัพเดท19/09/2015
ผู้เข้าชม368,013
เปิดเพจ470,182

ทรานสเฟอร์แฟกเตอร์ ทางการแพทย์

บริษัท 4Life Research

ประสบการณ์ผู้ใช้ทรานสเฟอร์แฟกเตอร์

ภูมิคุ้มกัน

รู้อาการ..ทันโรค...แก้ทัน

โรคมะเร็ง

โรงกล้ามเนื้ออ่อนแรง (MS-Multiple sclerosis)

โรคภูมิแพ้

แนวคิดนักธุรกิจเงินล้าน

โอกาสทางธุรกิจ 4Life

โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (Multiple Sclerosis)

                               โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง

      โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง เกิดจากสาเหตุใดและมีลักษณะอาการอย่างไร พันโทแพทย์หญิง ปฏิมา อรวรรณหโณทัย อายุรแพทย์ระบบประสาท โรงพยาบาลบางปะกอก 9 อินเตอร์เนชั่นแนล ไขข้อข้องใจให้ฟังว่า ชื่อที่เรียกอย่างเป็นทางการ ของโรคนี้ คือ โรคมัยแอสทีเนีย กราวิส (myasthenia gravis) หรือเรียกว่า “โรคเอ็มจี” เป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงชนิดหนึ่ง เกิดจากภูมิคุ้มกัน ผิดปกติที่บริเวณเส้นประสาทกับกล้ามเนื้อที่มีการหลั่งสารสื่อประสาทออกมา ซึ่งโดยปกติ จะมีตัวรับ (receptor) สารสื่อประสาทเพื่อให้กล้ามเนื้อมีการหดตัว แต่ภาวะของโรคนี้จะมีภูมิคุ้มกันที่ผิดปกติสร้างขึ้นมา ทำให้ตัวรับสารสื่อประสาทไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ เป็นผลทำให้กล้ามเนื้อไม่สามารถทำงานได้

      ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ผู้ป่วยมักจะมีอาการอ่อนแรงของ กล้ามเนื้อมัดต่าง ๆ จะเป็นมากขึ้นตามการใช้งาน ถ้ามีการ ใช้งานมาก ๆ อาการอ่อนแรง จะชัดเจนมากขึ้น โดยอาการของแต่ละช่วงวันก็จะแตกต่างกัน เช่น ตอนเช้า ตื่นมาใหม่ ๆ สารสื่อประสาทยังมีอยู่มาก รวมทั้ง การใช้งานยังไม่มาก จึงยังไม่แสดงอาการ แต่ในช่วงสาย ๆ หรือช่วงบ่าย เมื่อมีการใช้งานของกล้ามเนื้อหรือมีการออกแรง สารสื่อประสาทก็จะลดน้อยลง และตัวรับสารสื่อประสาททำหน้าที่ไม่ได้ตาม ปกติจึงมีอาการเปลี้ย ล้า อ่อนแรงของกล้ามเนื้อเกิดขึ้น แต่หลังจากมีการพักการใช้งาน กล้ามเนื้อก็จะมีแรงขึ้นมาใหม่ได้อีกครั้ง

      “อาการผิดปกติจะเกิดขึ้นที่กล้ามเนื้อลายทั่วร่างกาย ที่พบได้บ่อย เช่น บริเวณใบหน้า ทำให้มีอาการหนังตาตก มีการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อลูกตาผิดปกติร่วมด้วย ทำให้กล้ามเนื้อของตาทั้ง 2 ข้าง ทำงานไม่ประสานกันส่งผลให้เห็นภาพซ้อน ตาพร่ามัว รวมทั้งกล้ามเนื้อการพูด ซึ่งจะมีผลทำให้รู้สึกว่าพูดไม่ชัด กลืนอาหารและน้ำไม่สะดวก มีอาการสำลักได้

      ตลอดจน กล้ามเนื้อต้นแขนและต้นขาด้วย ในส่วนของ ต้นแขนมักจะมีอาการ เช่น ต้นขาไม่มีแรง เดินก้าวขึ้นบันไดลำบาก นั่งยอง ๆ แล้วยืนขึ้นลำบาก ส่วนต้นแขนจะมีอาการ อ่อนแรงเวลายกแขนหวีผมหรือเอื้อมหยิบของที่สูง ถ้าเป็นมากอาจมีผลต่อกล้ามเนื้อที่ช่วย ในการหายใจทำให้หายใจลำบาก เหนื่อย”

      ทั้งนี้อาการดังกล่าวจะเป็น ๆ หาย ๆ บางช่วงดีขึ้น บางช่วงมีอ่อนแรง ไม่ได้เป็นตลอดทั้งวัน ยกเว้นว่าเป็นมานานแล้ว อาการก็จะเกิดบ่อยขึ้นเรื่อย ๆ โดยส่วนใหญ่การดำเนินการของโรคจะเป็นอย่างค่อยเป็นค่อยไป มีน้อยมากเพียงแค่ 1-3 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่จะมีอาการรุนแรงแบบเฉียบพลัน เช่น กล้ามเนื้อที่ใช้ในการหายใจอ่อนแรงจนกระทั่ง เกิดภาวะการหายใจล้มเหลวต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ

      อุบัติการณ์ของโรคนี้ โดยเฉลี่ยประชากร 100,000 คน พบได้ 15-20 คน ส่วนใหญ่จะพบในเพศหญิงช่วงอายุ 20-40 ปี ในช่วงวัยรุ่นถึง วัยกลางคนจะพบมาก ส่วนในเพศชาย จะพบในช่วงอายุที่มากกว่า 50 ปีขึ้นไป แต่จะ พบในเพศหญิงมากกว่า 2 ถึง 3 เท่า

      กลุ่มคนที่ทั้งเพศหญิงและชายที่อยู่ในช่วงอายุดังกล่าวจึงควรระวังการเกิด ภาวะของโรค รวมทั้ง ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคไทรอยด์เป็นพิษ โรคเอส แอล อี โรครูมาตอยด์ หรือ มีภาวะโรคภูมิคุ้มกันผิดปกติหรือที่เรียกว่า โรคแพ้ภูมิคุ้มกัน ตัวเอง

      การวินิจฉัยโรคจึงมีความสำคัญโดยอาศัยการซักประวัติ การตรวจร่างกายและการสืบค้นทางห้องปฏิบัติการเพิ่มเติม ซึ่งการตรวจทางห้องปฏิบัติการจะช่วยสนับสนุนการวินิจฉัยโรคได้ คือ การตรวจโดยใช้ยาฉีด ซึ่งเป็นสารสื่อประสาท เรียกว่า Tensilon test

      หลังจากที่ฉีดยาให้กับคนไข้แล้ว จะทำให้อาการที่คนไข้เป็นอยู่กลับสู่สภาพปกติ ซึ่งจะช่วยบอกได้ว่าคนไข้เป็นโรคนี้หรือไม่ หากไม่มียาที่ใช้ฉีดเพื่อดูอาการ ก็สามารถใช้น้ำแข็งหรือ คูลแพ็ค ประคบแทนได้ อย่างในรายคนไข้ที่มีปัญหาเรื่องหนังตาตก ให้ใช้น้ำแข็งประคบ 10-15 นาที จากนั้น คนไข้จะสามารถลืมตาได้ตามปกติ มีอาการดีขึ้น เนื่องจากความเย็นจะทำให้สารสื่อประสาท สะสมเพิ่มขึ้น ส่งผลให้กล้ามเนื้อทำงานได้ตามปกติชั่วระยะเวลาหนึ่ง แต่ความแม่นยำในการวินิจฉัยสำหรับวิธีนี้จะน้อยกว่าวิธีแรก

      อีกวิธีหนึ่ง คือ การตรวจโดยใช้กระแสไฟฟ้า กระตุ้นกล้ามเนื้อ หรือที่เรียกว่าการตรวจ อี เอ็ม จี (electrom- yography: EMG) เป็นการ ใช้กระแสไฟฟ้าขนาดน้อย ๆ กระตุ้นกล้ามเนื้อโดย กระตุ้นซ้ำ ๆ โดยผลจะแสดงออกมาเป็นกราฟ ถ้ากรณีที่เป็นโรคนี้ เมื่อมีการกระตุ้นด้วยกระแสไฟฟ้าซ้ำหลาย ๆ ครั้ง กราฟการทำงาน ของกล้ามเนื้อจะมีขนาดลดลงอย่างชัดเจน หากเป็นคนปกติ เมื่อมีการกระตุ้นกล้ามเนื้อซ้ำ ๆ กราฟการทำงานของกล้ามเนื้อ จะมีขนาดเท่าเดิม

      การรักษา ทำได้โดยให้ยาที่จะไปช่วยในเรื่องของสารสื่อประสาทให้มีมากขึ้น รวมทั้ง ยับยั้งภูมิคุ้มกันที่มีความผิดปกติให้ลดน้อยลง ตลอดจนการประคับ ประคองให้ภาวะโรคดำเนินอยู่ได้โดยมีการกำเริบน้อยที่สุดและใช้ยาน้อยที่สุด และต้องตรวจหาโรคทางอายุรกรรมที่อาจจะพบร่วมกันได้ เช่น ไทรอยด์เป็นพิษ เนื้องอกของต่อมไธมัส หรือ โรค เอส แอล อี รวมทั้ง โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์

      การรักษาโรคนี้มีโอกาสหายขาดได้โดยการตัดต่อม ไธมัส กรณีตรวจพบจากการเอกซเรย์ว่ามีต่อมไธมัส โดยปกติต่อมไธมัสจะฝ่อและหายไป คนปกติจะไม่มีต่อมไธมัส หลงเหลืออยู่แล้ว แต่ในบางรายที่มีความผิดปกติ เช่น ในภาวะโรคนี้จะพบว่า ต่อมไธมัสยังมีอยู่หรือมีเนื้องอก โดยต่อมจะมีการขยายตัวขึ้น ทำให้มีการสร้างภูมิคุ้มกันที่ผิดปกติออกมาจากตัวต่อมไธมัส ซึ่งถ้าตัดต่อมไธมัสออกจะทำให้ภาวะของโรคดีขึ้น

      แม้จะเป็นภาวะที่พบได้ไม่บ่อยนัก แต่ก็ควรหมั่นสังเกตอาการ ถ้ามีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงผิดปกติ เช่น หนังตาตก มองเห็นภาพซ้อน พูดไม่ชัด กลืนลำบาก หรือว่ามีกล้ามเนื้อต้นแขน ต้นขาที่อ่อนแรง โดยที่อาการเป็น ๆ หาย ๆ ในช่วงระหว่างวัน และเป็นมากขึ้นในช่วงสาย ๆ ซึ่งเป็นอาการเตือนให้สังเกต ควรรีบมาพบแพทย์ เพื่อจะได้ตรวจวินิจฉัยและรับการรักษา ลดการดำเนินโรคไปสู่ภาวะที่รุนแรงได้.

ผลิตภัณฑ์แนะนำ

ทรานสเฟอร์ แฟกเตอร์ ไตรแฟกเตอร์ (ปรับสมดุลภูมิคุ้มกัน)

Tags : โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง ทรานสเฟอร์แฟกเตอร์ ภูมิคุ้มกัน ภูมิเพี้ยน ภูมิคุ้มกันทำลายตัวเอง

view

หน้าแรก Immune-4Life

ทรานสเฟอร์แฟคเตอร์&สุขภาพ

สินค้าทรานสเฟอร์แฟคเตอร์

โปรโมชั่น & ข่าวสาร 4Life

เว๊บบอร์ด Immune-4Life

ติดต่อผม

view